ด้านบวกของความหลงตัวเอง (ในระดับที่พอดี)

Posted by

Positive sides of Narcissism: An optimal amount of it is good for us

ด้านบวกของความหลงตัวเอง (ในระดับที่พอดี)

.

หลายคนเข้าใจผิด และมองว่าคนหลงตัวเองมักไม่ดี ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ชอบเรียกร้องสิทธิพิเศษจากผู้อื่นตลอดเวลา จนคนรอบข้างต่างพากันเอือมระอา ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน หรือในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก

แท้จริงแล้วคนหลงตนเองมีหลายแบบ แบบที่มักพบเห็นทั่วไปได้ชัดเจน คือ Grandiose Narcissists หรือ คนที่มีบุคลิกภาพหลงตนเองแบบคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่สำคัญ มักชอบทำตัวข่มผู้อื่น แสดงความมีอำนาจ และแสวงโอกาสที่ได้รับสถานภาพที่เหนือกว่าคนอื่น มักมี Self-esteem หรือการเห็นคุณค่าว่าตนเองมีความสามารถในระดับกลาง ๆ จนถึงสูง

ในสถานการณ์ที่มีอะไรมากระทบ ego หรือการเป็นตัวตน เช่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือได้รับผลป้อนกลับทางลบ คนหลงตนเองแบบ Grandiose มักจะตอบสนองทางลบ อาจแสดงความไม่พอใจและทำพฤติกรรมเพื่อตอบโต้อีกฝ่ายอย่างไม่สร้างสรรค์

นอกจากนี้ เวลาที่ทำงานกลุ่ม คนหลงตนเองแบบนี้อาจอ้างความดีความชอบมากเกินจริง เพราะมันมีแนวโน้มรับรู้ตนเองทางบวกเกินจริง จนไม่ให้ความสำคัญถึงผลงานของผู้อื่น และมักจะทึกทักว่าตนเองเป็นคนสำคัญที่สุดในกลุ่ม หากทุกคนขาดตนคงทำอะไรไม่สำเร็จ

คนหลงตนเองแบบนี้มักสังเกตไม่ยาก อาจเป็นคนรอบ ๆ ตัวของเรา พวกเขามักชอบแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ว่าตนเองมีความสามารถ และเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น หากเราเดินไปที่โต๊ะทำงานของคนที่หลงตนเองแบบ Grandiose เขาอาจจะวางโล่รางวัล ประกาศนียบัตร หรือ Trophy ต่าง ๆ เต็มไปหมดในจุดที่ถูกสังเกตได้ง่าย เพื่อแสดงว่าตนเป็นคนสำคัญและยิ่งใหญ่ แม้แต่เหตุผลที่ใช้สินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า เครื่องสำอาง หรือเสื้อผ้าราคาแพง ก็ไม่ได้ดูที่ประโยชน์การใช้สอยหรือความสวยงาม แต่เน้นการทำให้ตนเองดูเหนือกว่าคนอื่น ๆ แม้แต่การถ่ายรูป selfie ลงสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ยังทำเพื่อเสริมให้ตนเองดูเด่น สำคัญ และเหนือกว่าผู้อื่น (ไม่ได้หมายความว่าสื่อทำให้คนหลงตนเองมากขึ้น เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสคนเหล่านี้แสดงตนให้ชัดขึ้นตามความต้องการอยากเป็นที่สนใจ)

ฟังดูแล้วมีแต่พฤติกรรมที่น่าหมั่นไส้ เวลาอยู่ด้วยเราอาจอืดอัดและถูกเอารัดเอาเปรียบ

แต่จริง ๆ แล้ว มีงานวิจัยพบว่า คนหลงตนเองแบบ Grandiose narcissist ก็มีคุณลักษณะทางบวกที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานเช่นกัน (adaptive narcissism)  คนหลงตนเองแบบนี้มักแสดงภาวะผู้นำ มีความพึงพาตนเองได้ดี มีความมั่นใจในตนเอง และแสดงอำนาจความรับผิดชอบที่ดี จึงทำให้ปรับมือกับภาวะวิตกกังวลได้ดีในสถานการณ์ทางสังคมต่าง ๆ เช่น งานล้น เรียนหนัก หรือ ได้รับมอบหมายงานที่ท้าทาย เราจึงวางใจได้หากมีคนแบบนี้ในทีม แม้จะไม่มีใครทุ่มเททำงาน หรือไร้เป้าหมายในการทำงาน คนหลงตนเองแบบ adaptive narcissist จะนำทีม และทำงานจนสำเร็จ เพราะพวกเขามักมีภาวะผู้นำที่ดี มั่นใจ และมองตนเองบวกแม้ว่าจะมีความต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตนเหนือกว่า แต่หากผู้บริหารวางระบบการบริหารจัดการอย่างชัดเจน มีเป้าหมาย และเน้นความสำคัญที่ความสำเร็จของเป้าหมายกลุ่ม ก็จะทำให้ลดบรรยากาศที่คนหลงตนเองจะมุ่งแสวงหาแต่ผลประโยชน์สำหรับตนเองได้

อย่างไรก็ตามก็ต้องมั่นรดน้ำคนหลงตนเองแบบนี้ด้วยคำชมเป็นรายบุคคลเช่นกันอย่างพอเหมาะพอสม เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการถูกยกย่องชมเชย แต่อย่าลืมใช้เกณฑ์การประเมินและระบบการให้รางวัลทั้งคำชมหรือค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย

นอกจากประเด็นที่เราต้องรู้จักดึงจุดแข็งของคนหลงตนเองมาเอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจลำดับต่อไปคือ มีแนวทางอะไรอีกบ้างที่ช่วยรักษาระดับความหลงตนเองอย่างสร้างสรรค์และพอเหมาะพอสมเพื่อสุขภาวะที่ดีของพวกเขาเองและคนรอบข้าง เพราะมีงานวิจัยที่พบว่า นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีระดับความหลงตนเองในระดับปานกลางมักมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่างเมื่อต้องทำกิจกรรมกลุ่ม และถ้าหากมีระดับความหลงตนเองสูง ก็มักจะวิตกกังวลเกี่ยวกับตนเองสูง เช่น ในเรื่องรูปร่างหน้าตา อาจทำให้ออกกำลังกายหักโหม และหมกหมุ่นกับการควบคุมน้ำหนักหรือรูปร่างมากเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจได้

ดังนั้นการสร้างสมดุลในความรู้สึกมั่นใจ เห็นว่าตนเองสำคัญ หรือควรได้รับสิทธิต่าง ๆ อย่างพอเหมาะนั้นจะมีประโยชน์ทั้งกับตนเอง และคนรอบข้าง

ข้อควรระวังสำหรับคนหลงตนเองที่มั่นใจในตนเองมาก ๆ แม้จะมีข้อดีตรงที่มีความพึ่งพาตนเองสูง แต่ไม่ควรมองข้ามการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพราะคนหลงตนเองส่วนใหญ่ ถ้าหลงตนเองในระดับสูงมาก ก็จะขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ตรงจุดนี้ทำให้คนรอบข้างลำบากใจในการต้องทำงานด้วย

ดังนั้น คนหลงตนเองควรต้องฝึกสร้างสมดุลระหว่าง การพึ่งพาตนเองและการพึ่งผู้อื่น เพราะถ้าไม่พึ่งพาเลย เราก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน หรือสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลได้ ทำให้อยู่ร่วมและทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ค่อยราบรื่นนัก

การที่เราพยายามทำทุกอย่างด้วยตนเองก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ามีการพึงพาตนเองอย่างสมเหตุสมผล ไม่ดึงดันไปซะทุกเรื่อง ก็จะนำเราไปสู่การทุ่มเทในระดับกลุ่ม

แน่นอนการลงทุนลงแรงเพื่องานของทีมเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรยืนหยัดในความคิดตนเองแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนหลงตนเองมักจะทำเพื่อให้ตนเองเหนือกว่าใคร ๆ เราควรหันมาทำทุกอย่างที่เป็นผลดีต่องานกลุ่มเพื่อความสำเร็จ ถ้าทำแบบนี้เพื่อนในกลุ่มก็จะรู้สึกถึงความเป็นทีมเดียวกัน มีความกลมเกลียว ช่วยเหลือกันอย่างสร้างสรรค์

แน่นอนว่าบุคลิกภาพแบบหลงตนเองมีข้อดีและจุดแข็งในเรื่องความเป็นผู้นำที่ดี มีความมั่นใจในตนเอง พึงพาตนเอง และมุ่งทำงานจนสำเร็จ แต่อย่าลืมสังเกตตนเองด้วยว่า เรามีความเห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างหรือเปล่า คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดและการกระทำของเรา หรือมีการรับรู้ตนเองทางบวกเกินความจริงหรือไม่ เพราะการขาดการนึกถึงคนอื่นและการมองตนเองทางบวกมากเกินจริงเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของคนหลงตนเอง ต้องคอยสังเกตตนเอง มีเมตตาให้กับตนเอง ฟังคนอื่นบ้าง ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน และหากเรารู้ว่าจุดอ่อนเราคือการละเลยความรู้สึกหรือความคิดเห็นของผู้อื่น เราต้องฝึกยอมรับและปรับปรุงให้ดีขึ้น

หลงตนเอง หลงได้ แต่ในระดับพอสมควร ไม่ทำให้ผู้อื่นและตนเองเดือดร้อน

รายการอ้างอิง

ภาพประกอบ https://edition.cnn.com

……………………………………………………………………

บทความวิชาการ

โดย อาจารย์ ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

……………………………………………………………………..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s