เข้าใจความประหม่า เวลานำเสนองาน

Posted by

ในการทำงานปัจจุบัน การนำเสนองาน หรือ present งานนั้นนับเป็นทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่ง แต่หลายคนอาจกลัวหรือไม่มั่นใจในการออกไปพูดคุยต่อหน้าคนจำนวนมาก พยายามหลีกเลี่ยงการนำเสนองาน หรือหากต้องทำ ความประหม่าอาจทำให้นำเสนอได้ไม่เต็มที่ พลอยทำให้เสียโอกาสดีๆ ที่จะถ่ายทอดความคิดหรือข้อมูลที่มีไป

ความกลัวการนำเสนองานหรือการพูดต่อหน้าคนหมู่มากนั้น นับเป็นความกลัวยอดฮิตติดลำดับต้นๆ ของคนทั่วไป ทางจิตวิทยาจึงได้มีการค้นคว้าทำความเข้าใจ พบว่าความกลัวนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือความกลัวว่าเราจะทำผิดพลาดระหว่างการนำเสนอ และส่วนที่สอง คือ ความกลัวว่าความผิดพลาดนั้นจะนำมาซึ่งผลเสียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถูกลงโทษ การตำหนิ การล้อเลียน เมื่อนำทั้งสองส่วนมาประกอบกันแล้ว ไม่แปลกเลยนะคะที่การนำเสนองานจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวงไม่น้อย

ทำไมเราแต่ละคนจึงกลัวการนำเสนองานไม่เท่ากัน

สาเหตุตรงนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนเช่นกันค่ะ ส่วนแรกเลยเป็นพื้นอารมณ์ที่ติดเนื้อติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เราบางคนมีลักษณะระแวดระวัง เคร่งเครียด หรือกังวลง่าย จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดความกลัวง่ายเป็นพิเศษ ส่วนที่สอง เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่มี บางคนอาจเคยมีประสบการณ์ลบๆ จากการนำเสนองาน หรือเห็นตัวแบบคนอื่นๆ มีประสบการณ์เลวร้าย เช่น เคยพูดผิดพลาดแล้วถูกตำหนิ ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเกิดขึ้นกับตนเองอีก

ทั้งสองปัจจัยนี้ส่งผลร่วมกัน ทำให้หลายคนเกิดความกลัวคิดหวาดระแวงว่าจะทำผิดพลาด หรือกดดันตัวเองว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ต้องการ ผนวกกับประสบการณ์ทางลบที่เคยมีมาในอดีต อาจทำให้คาดเดาว่าความผิดพลาดจะส่งผลเสียต่างๆ ส่งผลทำให้เกิดความกลัวขึ้น ซึ่งเมื่อความกลัวเกิดขึ้นแล้ว ร่างกายก็จะตอบสนองตอบเชิงลบ เช่น มือไม้สั่น หน้าแดง หรือเหงื่อแตก พลอยทำให้เจ้าตัวพะวงว่าผู้ฟังจะสังเกตเห็นสัญญาณความกลัวของตัวเอง เกิดการขาดสมาธิ พูดผิดๆ พลาดๆ กลายเป็นยิ่งรู้สึกขยาดการนำเสนองานต่อเนื่องตามไป

หลายคนพอกลัว ก็จะหลีกเลี่ยงไม่นำเสนองาน อย่างไรก็ดี การเลี่ยงในลักษณะนี้ช่วยลดความกลัวได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม แต่ในระยะยาว กลับเป็นเสมือนเชื้อไฟที่ทำให้ความกลัวคงอยู่หรือทวีความรุนแรงขึ้น เพราะการเลี่ยงจะทำให้เราขาดโอกาสในการเรียนรู้และสะสมความมั่นใจว่าจริงๆ เราก็อาจพูดได้โดยไม่เลวร้ายนัก หรือต่อให้เกิดความผิดพลาดขึ้น ผลก็คงไม่เลวร้ายมากเท่าที่เราคาดเดาไว้

ในเชิงจิตวิทยา แนวทางหนึ่งในการลดความกลัวที่ได้ผล คือ การฝึกหาทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเมื่อความกลัวเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำได้ผ่านการฝึกหายใจลึกและยาวช้าๆ หรือการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อทำให้ร่างกายสงบพร้อมรับมือความกลัวยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังต้องค่อยๆ ฝึกเผชิญหน้ากับความนำเสนองานซ้ำๆ นานเพียงพอเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน

การปรับความคิดก็เป็นประเด็นที่ขาดไปไม่ได้ในการเอาชนะความกลัวค่ะ โดยจะเริ่มจากการคิดไม่ให้แพ้ภัยตัวเองก่อน ความคาดหวังนับเป็นภัยแรกเลยค่ะ จึงต้องเริ่มต้นด้วยการลดความต้องการความสมบูรณ์แบบลง หากเรากดดันคาดหวังตัวเองสูง เช่น จะต้องนำเสนอให้เป๊ะ น่าประทับใจ ไม่ติดขัดเลย อาจจะปรับลดความคาดหวังโดยสังเกตการนำเสนอของคนทั่วไปว่าจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอ แล้วคนฟังเองก็ไม่ได้สนใจจับรายละเอียดทั้งหมด หากคนอื่นมีผิดมีพลาด เหตุใดเราจึงคาดหวังความสมบูรณ์แบบกับตนเอง

นอกจากการลดความคาดหวังความสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่ควรมองข้ามมุมมองความคิดอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์อีกค่ะ เช่น การยอมรับว่าการพูดต่อหน้าคนหมู่มากไม่ใช่เรื่องหมูและอาจก่อให้เกิดความกลัวให้คนส่วนใหญ่ ตรงนี้จะช่วยให้เรายอมรับและไม่หงุดหงิดเกินไปกับความกลัวของตัวเอง นอกจากนั้น หากเรามองว่าการนำเสนองานเป็นทักษะที่พัฒนาขึ้นได้ ไม่ได้อาศัยพรสวรรค์อย่างเดียว พร้อมทั้งชมเชย ไม่ละเลยเวลาที่เราทำได้ดี เหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราฝึกปรือ ทำให้แม้จะมีความกลัวในการนำเสนองานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีผลกระทบมากเกินไปในการทำงานของเรานะคะ

รายการอ้างอิง

ภาพประกอบจาก https://studybreaks.com/college/prep-presentation-severe-anxiety/

……………………………………………………………………

บทความวิชาการ

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

……………………………………………………………………..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s